Data Literacy ทักษะที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21

data-literacyถ้านักวิทยาศาสตร์ข้อมูล Data Scientists เป็นอาชีพที่เซ็กซี่ที่สุดในศตวรรษนี้ ทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน ก็คงหนีไม่พ้น Data Literacy เป็นแน่

ว่าด้วยเรื่อง Literacy

ก่อนการถือกำเนิดของแท่นพิมพ์ ในช่วงศตวรรษที่ 16 อัตราการอ่านออกเขียนได้ (literacy) จำกัดอยู่แค่ในหมู่นักบวชผู้ทำการบันทึกและคัดลอกคัมภีร์ไม่ถึง 2% เท่านั้น คนกลุ่มนี้เหมือนเป็นอภิสิทธิ์ชนที่มีเป็นจำนวนน้อยในตอนนั้น แต่เมื่อแท่นพิมพ์ถูกประดิษฐ์ขึ้น การพิมพ์หนังสือแพร่หลายมากขึ้น อัตราการอ่านออกเขียนได้ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น “อย่างช้าๆ” มันต้องใช้เวลานานถึง 400 ปี อัตราการอ่านออกเขียนได้ ถึงจะมาถีงระดับ 90% ในช่วงปี 1900

มาจนถึงปัจจุบัน การอ่านออกเขียนได้ กลายมาเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญของประเทศต่างๆ ว่ามีความพัฒนามากน้อยแค่ไหน การอ่านและเขียนได้ กลายเป็นเรื่องปกติเป็นทักษะจำเป็นสำหรับพื้นฐานการดำรงชีวิตในปัจจุบันไปแล้ว

Data Literacy

เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาแบบเดียวกับการถือกำเนิดของเครื่องพิมพ์ ช่วงเวลาแห่งการเกิดขึ้นอย่างมหาศาลของข้อมูลดิจิตอล พวกเราทุกคนสร้างข้อมูลใหม่กันทุกๆ วินาทีในแต่ละวัน อุปกรณ์รอบตัวเราอีกนับสิบๆ อย่างก็กำลังทำอย่างเดียวกัน เครื่องมือใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแอพฯ บริการใหม่ๆ มันเหมือนมีหนังสือจำนวนมากมายวางรออยู่ให้เราเลือกหยิบมาอ่าน หยิบมาใช้

แต่จะน่าเสียดายมาก ถ้าเราอ่านหนังสือไม่ออก

Data Literacy คือทักษะพื้นฐานที่ควรจะมีการสอนในโรงเรียน มันคือทักษะเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลเช่น

  • เรียกค้น
  • รวบรวม
  • วิเคราะห์
  • ตีความหมาย

ทักษะเหล่านี้ เคยมีความสำคัญอยู่เฉพาะในหมู่นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ หรือนักสถิติ คนกลุ่มน้อยในสังคม เหมือนเมื่อสี่ร้อยปีก่อนที่เฉพาะนักบวชเท่านั้นที่ต้องรู้หนังสือ แต่วันนี้มันเริ่มแพร่เข้ามาในแวดวงธุรกิจแล้ว โดยเริ่มจากกลุ่ม data scientists ก่อน แต่ต่อไปอีกไม่นานมันจะกลายเป็นวิชาพื้นฐานในมหาวิทยาลัย ที่เด็กจบใหม่เกือบทุกคนควรต้องรู้ กระบวนการดังกล่าวคงใช้เวลาบ้าง แต่มันจะมาถึงอย่างแน่นอน

ความจำเป็นของ data literacy อาจมาเร็วกว่าที่คิด ดูจากสิ่งที่เห็นในปัจจุบัน

  • หลายคนเชื่อทุกอย่างที่เห็นบนโซเชียลมีเดีย
  • หลายคนไม่เคยคิดจะ “ค้นหา” ข้อมูลจากมากกว่าหนึ่งแหล่ง
  • หลายคนไลค์ แชร์ ส่งต่อ โดยไม่เคยวิเคราะห์หรือตีความหมาย หรือถามว่าข้อสรุปที่เห็นนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *