อนาคตการตลาดกับ Big Data, Customer Analytics และ IoT

เริ่มเห็นสัมนาด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับ Big Data และ Customer Analytics เพิ่มมากขึ้น และก็ได้เห็นคนที่ทำงานด้านการตลาดตื่นเต้นกับไอเดียที่ว่าเอาข้อมูลจากโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ จะว่าไปแล้ว นี่เรายังแค่เริ่มๆ เท่านั้นเองนะ อนาคตของ Big Data และ Customer Analytics ยังไปได้อีกไกล

สาเหตุส่วนหนึ่ง ก็เพราะว่า ปริมาณและจำนวนข้อมูลที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะมากกว่าในอดีต แต่มันจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกอย่างมหาศาลในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน แหล่งข้อมูลใหม่ๆ ประกอบไปด้วย

  • สมาร์ทโฟนและ wearable อันนี้แน่นอนครับ อุปกรณ์ที่ติดตัวเราตลอดเวลา จะคอยเก็บข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่าง แค่สมาร์ทโฟนคอยเก็บว่าเราอยู่ที่ไหน ใช้เน็ตอย่างไรก็ว่าเยอะแล้ว แต่พวกอุปกรณ์สวมใส่นี่ถึงขนาดวัดว่าเราหัวใจเต้นถี่มั้ย เดิน นั่ง นอนด้วยอิริยาบทอย่างไร เราเห็นโฆษณาบนมือถือจนชินกันแล้ว คงไม่น่าแปลกใจ ถ้าอีกไม่นานจะมีโฆษณาบนสมาร์ทว้อชมาด้วย แต่คงต้องหารูปแบบให้แนบเนียนเสียหน่อย
  • Internet of Things (IoT) ปีนี้กระแสมาแรงมากจริงๆ ตอนนี้เริ่มเห็นบริษัทประกันภัยรถยนต์นำมาติดแล้ว เป็นอุปกรณ์ telemetric ที่คอยบันทึกรูปแบบการขับรถ ขับเร็วไหม เบรกกระทันหัน ออกตัวกระชากบ่อยแค่ไหน ข้อมูลพวกนี้จะถูกเอามาคำนวณรวมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ส่งผลต่ออัตราค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ นอกจากอุปกรณ์ติดรถแล้ว ยังมีอุปกรณ์ติดตามสาธารณูปโภคต่างๆ พวกมิเตอร์น้ำมิเตอร์ไฟ หรือเครื่องใช้ในบ้านอย่างตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือเตาอบ รวมไปจนถึงเซ็นเซอร์สารพัดรอบบ้าน เซ็นเซอร์เหล่านี้จะเก็บข้อมูลและส่งกลับไปให้ผู้ผลิต จริงอยู่ข้อมูลในภาพรวมอาจช่วยให้การไฟฟ้าหรือการประปา เห็นรูปแบบการใช้พลังงานได้ดีขึ้น แต่แน่นอนว่าข้อมูลบางส่วนอาจส่งต่อไปให้หน่วยงานอื่นๆ ได้ ทีนี้นักการตลาดก็สามารถจับตาดูชีวิตความเป็นอยู่ของคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว
  • บันทึกกิจกรรมทุกอย่างอยู่ในรูปแบบดิจิตัล ข้อมูลธุรกรรมต่างๆ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบดิจิตัลมากขึ้นเรื่อยๆ ประวัติสุขภาพในรพ.ชั้นนำก็ถูก scan เป็นดิจิตัลแล้ว โทรศัพท์เข้าคอลเซ็นเตอร์ ก็ถูกบันทึกเสียงแปลงเป็นข้อความนำไปวิเคราะห์อีกต่างหาก ยิ่งสัดส่วนข้อมูลสำคัญกลายเป็นดิจิตัลมากขึ้นเท่าไหร่ ก็เป็นเรื่องง่ายมากขึ้นเท่านั้น ที่นักการตลาดจะสามารถนำเอาข้อมูลกิจกรรมเหล่านั้นมาประกอบกับข้อมูลแหล่งอื่นๆ แล้วรู้จักเข้าใจในตัวคุณ (รวมถึงเดาพฤติกรรม) เผลอๆ จะดีกว่าตัวคุณเข้าใจตัวเองเสียอีก

นอกจากแหล่งข้อมูลใหม่ๆ ทั้งสามกลุ่มที่ว่ามาแล้วนั้น สิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นไม้เด็ดสำหรับนักการตลาดเลยก็คือเทคโนโลยีจดจำใบหน้าหรือ facial recognition ตอนนี้เทคโนโลยีดังกล่าวก้าวหน้าถึงขนาดสามารถแยกฝาแฝดแท้ออกจากกันได้แล้ว แค่มีกล้องคุณภาพพอใช้ได้ซักหน่อย นักการตลาดก็หมดปัญหาปวดหัวกับการยืนยันตัวตนของลูกค้าแล้ว ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าต่อไป เราเข้าเว็บร้านอะไรซักอย่าง ดูสินค้าเล่นๆ ไปทางร้านอาจจะ(แอบ)เปิดกล้องถ่ายรูปหน้าเราเอาไว้ พอเราเดินผ่านหน้าร้าน แค่เดินผ่านหน้าร้าน ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลก็บอกได้เลยว่านายคนเนี้ยเคยดูสินค้าตัวนี้อยู่ เสนอโปรโมชั่นพิเศษให้ ณ เวลานั้นเลย

นึกถึงหนัง Minority Report เลย ในหนังใช้การสแกนเรตินาเป็นการยืนยันตัวตน อาจจะยังห่างไปซักนิด ตอนนี้แค่จับภาพใบหน้าแล้วระบุชื่อได้ก็เล่นอะไรได้หลายอย่างแล้ว

เมื่อมีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ และซอฟต์แวร์สำหรับวิเคราะห์มีความสามารถสูงขึ้น เทคนิคการตลาดอะไรบ้างที่จะเป็นไปได้? อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หรือไม่น่าสนใจที่จะลองนะครับ คู่แข่งของคุณอาจกำลังซุ่มวางแผนการตลาดใหม่ๆ จากเทคโนโลยีเหล่านี้อยู่ก็เป็นได้

One comment

  • Most organizations have big data. And many understand the need to harness that data and extract value from it. But how? These resources cover the latest thinking on the intersection of big data and analytics.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *