บทเรียนความสำเร็จด้าน Digital Transformation ของ NFL

nfl-logoNFL หรือ National Football League เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถพลิกฟื้นปรับตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม รับยุค Digital Transformation ได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่ประสบปัญหาความท้าทายหลายอย่าง บทเรียนของ NFL เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับองค์กรที่อยากปรับตัวในยุคดิจิทัล

ธุรกิจหลักของ NFL คือการขายตั๋วเข้าชมการแข่งขันในสนาม ในช่วงที่ผ่านมา มีปรากฎการณ์หลายอย่างที่ส่งผลกระทบทางลบต่อธุรกิจ เช่น

  • ค่าเข้าชมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ พุ่งสูงขึ้นโดยเฉลี่ยเกือบ $500 เหรียญต่อเกม
  • รายได้ของคนยุคใหม่ มีรายได้น้อยกว่าคนยุคก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย
  • ราคาโทรทัศน์จอขนาด 50 นิ้วขึ้นไป ลดลงเหลือต่ำกว่า $1000 เหรียญ พ่วงด้วยโปรแกรมถ่ายทอดสด ทำให้ดูการแข่งขันสดได้ทุกที่ทุกเวลา
  • เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความพยายามปกปิดอาการบาดเจ็บของนักกีฬา ถูกสร้างเป็นภาพยนต์เรื่อง Concussion เมื่อปี 2015

ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยลบต่างๆ ดังที่กล่าวมา แต่ NFL ก็สามารถพลิกกลับมาเป็นผู้นำได้ (หลังจากตกต่ำไปเมื่อช่วงปี 2009-2010 หลังเศรษฐกิจตกต่ำปี 2008) ณ เวลานี้ NFL เป็นลีกกีฬาที่มีผู้ชมเฉลี่ยต่อเกมสูงที่สุดในโลก ทิ้งห่างลีกกีฬาอื่นๆ ไปไกล

  • NFL: 68,000
  • Bundesliga (German football): 42,000
  • Premier League (English football): 36,000
  • Major League Baseball: 30,000
  • Nippon Professional Baseball (Japan): 28,000
  • National Basketball Association: 18,000
  • National Hockey League: 17,000

นอกจากนั้นแล้ว NFL ยังคงเป็นลีกกีฬาที่มีรายได้และผลกำไรสูงที่สุดอีกด้วย โดยมีรายได้ถึง $13 พันล้านเหรียญในปี 2015

MW-EQ612_sports_20160701120602_NS

ยุทธศาสตร์สำคัญ 2 ประการ

สิ่งที่ NFL ทำโดยหลักๆ มีสองอย่างที่สำคัญคือ

  1. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่าง Wi-Fi ความเร็วสูง ความหนาแน่นสูง ในทุกๆ สนาม ทำให้ทุกที่นั่งนอกจากจะใช้ Wi-Fi ได้แล้วยังสามารถระบุตำแหน่งผู้ใช้ถึงขนาดเลขที่นั่งได้ด้วย
    wi-fi-image-4-levis-equipment-in-place wi-fi-image-7-cisco-ap-coverage
  2. การสร้างประสบการณ์การรับชมในสนามที่ดียิ่งขึ้น เช่น การใช้ AR (Augmented Reality) ในสนาม หรือการสื่อสารกับผู้ชมผ่าน mobile app ที่ทำทุกอย่างตั้งแต่ดูภาพจากกล้องอื่นๆ ทั่วสนาม หาห้องน้ำที่คนไม่เยอะ สั่งอาหารและสินค้าให้มาส่งถึงที่นั่ง ไปจนถึงช่วยหาที่จอดรถ
    August 17, 2014: The San Francisco 49ers vs Denver Broncos. The 49ers lost 34-00 to the Denver Broncos at Levi's Stadium in Santa Clara, CA. (Photo © 49ers 2014) (49ers Photos)

 

เทคโนโลยีที่ใช้ใน สนาม Levi’s Stadium

บทเรียนที่สำคัญ

สิ่งที่ NFL ทำและองค์กรธุรกิจอื่นๆ น่าจะได้ประโยชน์จากบทเรียนเหล่านี้ ประกอบด้วย

1. ก้าวนำหน้าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง demographic

เมื่อ NFL เริ่มตระหนักแล้วว่าคนยุค Millennials มีพฤติกรรมและความคาดหวังแตกต่างไปจากคนยุคก่อน แทนที่ NFL จะมองว่าเป็นแค่ความเปลี่ยนแปลงที่ฉาบฉวยแล้วก็ยึดติดอยู่กับผู้ชมกลุ่มเดิมๆ แต่ NFL กลับให้ความสำคัญกับแนวโน้มใหม่นี้เป็นอย่างมาก เริ่มลงทุนกับเทคโนโลยีอย่าง Wi-Fi, Mobile App และ Social Media อย่างจริงจัง ผลปรากฎว่า สิ่งที่เคยเป็นความคาดหวังของเด็กยุคใหม่เมื่อปี 2014 กลับกลายมาเป็นความต้องการของคนทุกกลุ่มในปี 2016 ทำให้ตอนนี้ NFL กลายเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี

2. ใช้ข้อมูลสร้างความแตกต่าง

การใช้ข้อมูลของ NFL และทีมต่างๆ เป็นไปเพื่อการสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการรับชมเกมในสนามทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ IoT เพื่อดูว่าแถวที่รอห้องน้ำยาวแค่ไหน หรือให้ข้อเสนอเพื่อ upgrade ที่นั่งเมื่อเข้ามาในสนาม

3. อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา NFL ได้ทุบสนามเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์หลายแห่ง เหตุผลสำคัญก็คือ ความยากลำบากในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปใช้ในโครงสร้างเดิมๆ แทนที่จะพยายามรักษาหรือปรับปรุงสนามในตำนานเหล่านั้น NFL เลือกที่จะปรับทรัพยากรไปลงทุนสร้างสนามใหม่ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยกว่าเดิม ซึ่งก็ปรากฎว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเมื่อสนามยุคใหม่ๆ มีผลประกอบการที่ดีกว่ามาก

 

ที่มา

3 things you can learn from the NFL about digital transformation
How the NFL and its stadiums became leaders in Wi-Fi, monetizing apps, and customer experience

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *